แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่องเล่าเคล้าประวัติ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่องเล่าเคล้าประวัติ แสดงบทความทั้งหมด

เรื่องเล่าเคล้าประวัติความเป็นมา ถ้ำแก้ว จ. ประจวบคิรีขันธ์ (Kaeo Cave Prachuap Khiri Khan)

มิถุนายน 13, 2562
สายนักสำรวจต้องมาโดนดูสักครั้ง เพราะ ถ้ำแก้ว จ. ประจวบคิรีขันธ์ แห่งนี้มีมนต์ขลังยิ่งนัก ภายในถ้ำที่มืดมิด ไร้ซึ่งแสงสว่างจากภายนอกลอดเข้าไป ทำให้ ถ้ำแก้ว เป็นถ้ำที่ลึกลับ น่าค้นหา อย่างยิ่ง แต่ชื่อนี้ได้แต่ใดมา เรามาดูกันครับ



ถ้ำแก้ว จ. ประจวบคิรีขันธ์ เป็นถ้ำเล็ก ๆ ไม่ใหญ่มากนัก แต่ภายในถ้ำทางค่อนข้างคดเคี้ยว มีเหวลึก มีหินงอก หินย้อย และค้างคาว บรรยากาศภายในถ้ำอับและชื้นมาก หากเหนื่อย ๆ เดินเข้าไป จะสัมผัสได้ว่าอากาศไม่เพียงพอ รู้สึกอึดอัดพอสมควร จุดเด่นของถ้ำแก้วคือ หินงอก หินย้อยที่มีแร่แคลไซต์ เป็นส่วนประกอบ หินเหล่านี้มีความโปร่งแสง (แสงสามารถส่องผ่านได้บางส่วน) จึงเป็นที่มาของชื่อ ถ้ำแก้ว ที่ใสเหมือนแก้วนั่นเอง







นอกจากหินบางก้อนจะมีความโปร่งแสงแล้ว บางส่วนยังสามารถสะท้อนแสงระยิบระยับเมื่อเราฉายไฟฉายกระทบพื้นผิวหินอีกด้วย นับเป็นถ้ำที่สวยงามมากครับ สำหรับเพื่อน ๆ ท่านไหนที่ได้ไปสัมผัสกับความงดงามของถ้ำแห่งนี้ แนะนำว่าให้พกไฟฉายไปด้วย และควรไปกันอย่างน้อย 2 คน เผื่อเวลามีอะไรฉุกเฉินจะได้ช่วยกันได้ สำหรับรายละเอียด ถ้ำแก้ว ตัวเต็ม สามารถอ่านได้ทางลิงค์ด้านล่างนะครับ

https://jbtravel88.blogspot.com/2018/07/kaew-cave-prachuap-khiri-khan-thailand.html


เรื่องเล่าเคล้าประวัติความเป็นมา ถ้ำพระยานคร จ. ประจวบคิรีขันธ์ (Phrayanakorn Cave Prachuap Khiri Khan)

มิถุนายน 12, 2562
หลังจากที่เราผ่าน หาดบางปู ขึ้นเขาเทียน ผ่านหาดแหลมศาลา ตอนนี้ถึงคราวของ ถ้ำพระยานคร แหล่งท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ของ อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด กันแล้วหละครับ รายละเอียดที่มาของ ถ้ำแห่งนี้จะเป็นอย่างไร ติดตามอ่านกันต่อไปได้เลยครับ



ย้อนกลับไปเมื่อสมัยอดีต เจ้าพระยานคร เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช (ไม่ทราบหลักฐานแน่ชัดว่าเป็นเจ้าเมืองคนไหน) ได้แล่นเรือมาบริเวณชายหาดแถบนี้ (ไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นหาดบางปู หรือหาดแหลมศาลา) ระหว่างที่แล่นเรืออยู่นั้นมีพายุโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง ทำให้ไม่สามารถแล่นเรือต่อไปได้ เจ้าพระยานคร จึงนำเรือเข้าเทียบชายฝั่งของหาด เพื่อหลบพักรอให้พายุสงบลงเสียก่อน

หลังจากที่พักเรืออยู่เป็นเวลานานหลายวัน เจ้าพระยานคร เริ่มมีความกระหายน้ำจึงได้สร้างบ่อน้ำขึ้น 1 บ่อ (เป็นบ่อน้ำที่สร้างด้วยอิฐดินเผารูปสี่เหลี่ยมคางหมู ขนาดกว้าง 1 เมตร ลึก 4 เมตร) ซึ่งเรารู้จักกันในชื่อของ บ่อพระยานคร นั่นเองครับ จาก บ่อพระยานคร นี้เอง เราพอจะอนุมานได้ว่า ชื่อ ถ้ำพระยานคร ก็น่าจะมีที่มาจาก เจ้าพระยานคร คนนี้

ภายหลัง ร.5 ได้เสด็จประพาสถ้ำแห่งนี้ และติดอกติดใจในความสวยงามของถ้ำ จึงสั่งให้ช่างสร้างพลับพลาสำหรับนั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจขึ้น ตรงบริเวณเนินดินกลางถ้ำ และได้ตั้งชื่อให้พลับพลาหลังนี้ว่า พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ นอกจากนี้พระองค์ยังทรงลงพระปรมาภิไธย จ.ป.ร. ไว้ที่ผนังถ้ำด้วย

* หมายเหตุ พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ เป็นตราประจำจังหวัดประจวบคิรีขันธ์







ถัดมาในยุคของ ร.7 พระองค์ก็ทรงเสด็จประพาสที่ถ้ำแห่งนี้เช่นเดียวกัน และได้ลงพระปรมาภิไธย ป.ป.ร. ไว้ที่ผนังถ้ำด้วย

ถัดมาในยุคของ ร.9 ในหลวงของเรา ทรงเสด็จประพาสที่ถ้ำแห่งนี้ถึง 2 ครั้ง ด้วยกัน

นับว่าเป็นสถานที่ที่นอกจากจะมีความสวยงามแล้ว ยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกด้วย หากไม่สวยงามจริงกษัตริย์แห่งราชวงค์จักรีของเราคงไม่ไปเยี่ยมเยียนถึง 3 ประองค์

เพื่อน ๆ คนไหนที่อยากไปสัมผัสกับความสวยงามผสานกับความลึกลับของ ถ้ำพระยานคร ลองไปได้นะครับ แต่ชาวบ้านแถวนั้นแนะนำว่าให้ไปช่วงหน้าหนาว เพราะจะเห็นแสงอาทิตย์ลอดช่องถ้ำส่องลงมาที่ พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ เป็นหนึ่งใน Unseen Thailand ด้วย รายละเอียดตัวเต็มสามารถดูได้จากลิงค์ด้านล่างครับ

https://jbtravel88.blogspot.com/2018/07/phraya-nakhon-cave-samroiyod-prachuap.html

เรื่องเล่าเคล้าประวัติความเป็นมา หาดบางปู จ. ประจวบคิรีขันธ์ (Bang Pu Beach Prachuap Khiri Khan)

มิถุนายน 12, 2562
หาดบางปู เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการไป ถ้ำพระยานคร ทุกคนที่ต้องการไปถ้ำ จะต้องมาที่ หาดบางปูก่อน (เพราะทางขึ้นถ้ำมันอยู่ที่นี่ครับ) เราจะมาดูประวัติความเป็นมาของ หาดบางปู กันบ้าง ว่ามันเกี่ยวอะไรกับปูหรือเปล่า ไปครับ



หาดบางปู เป็นหาดทรายที่มีหมู่บ้านชาวประมงและร้านค้าอยู่บริเวณชายหาด (เรื่องอาหารการกินไม่ต้องห่วงครับ มีครบ พร้อมห้องน้ำก็สะดวกสบายสุด ๆ) นอกจากนั้นยังมีคลองที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งคลองนี้เป็นคลองที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางระบบนิเวศเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าเมื่อมีอาหาร ก็ต้องมีสัตว์น้อยใหญ่มาอาศัยกันอย่างเนืองแน่น รวมทั้งปูทะเลต่าง ๆ ด้วย เช่น ปูฤาษี, ปูแสม, ปูก้ามแข็ง, ปูหิน ฯลฯ และนี่เองจึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้หาดทรายแห่งนี้ ได้ชื่อว่า หาดบางปู





นอกจากจะมีปูทะเลมากมายหลากหลายชนิดแล้ว จุดสังเกตที่เด่นชัดมากของ หาดบางปู คือ อนุสรณ์รูปก้ามปูอันใหญ่ ที่เห็นมาแต่ไกลเลย ใครขับรถผ่านวัดมาต้องเห็นแน่นอน





สำหรับบทความนี้ก็ไม่มีอะไรมาก เพียงแค่อยากบอกเล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมา หาดบางปู นิดหน่อย ใครที่อยากอ่านตัวเต็มพร้อมคลิปวีดีโอพาชมสถานที่แบบ Reality ก็สามารถดูได้ที่ลิงค์ทางด้านล่างเลยครับ

https://jbtravel88.blogspot.com/2018/07/bang-pu-and-laem-sala-beach-samroiyod.html

เรื่องเล่าเคล้าประวัติความเป็นมา ถ้ำไทร จ. ประจวบคิรีขันธ์ (Sai Cave Prachuap Khiri Khan)

มิถุนายน 12, 2562
กลับมาพบกันอีกเช่นเคยกับช่วงเรื่องเล่าเคล้าประวัติความเป็นมา วันนี้ผมจะพาเพื่อน ๆ ไปมุดถ้ำกัน ถ้ำที่ว่านี้มีชื่อว่า ถ้ำไทร ครับ เป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ของอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด มันมีที่มาที่ไปอย่างไร ทำไมถึงได้ชื่อว่า ถ้ำไทร ไปดูกัน



ถ้ำไทร เป็นถ้ำที่ไม่ลึกมาก แต่ต้องปีนเขาขึ้นไป พอได้เหงื่อสัก 3 – 4 รอบ เมื่อเดินไปถึงปากทางเข้าถ้ำจะสังเกตเห็นต้นไทรขนาดใหญ่อยู่หน้าถ้ำ และนี่เองจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ถ้ำแห่งนี้ มีชื่อว่า ถ้ำไทร ภายในถ้ำถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรกเป็นส่วนสว่าง มีแสงสว่างส่องเข้าไปถึง (เนื่องจากมีช่องให้แสงลอดผ่านได้)



ส่วนที่สองเป็นส่วนมืด ไม่มีแสงสว่างส่องเข้าไปถึง และต้องเดินลงบันไดไปอีกชั้นหนึ่ง (เตรียมไฟฉายไปด้วยนะครับ)





สำหรับส่วนมืดนี้ จะมีทั้งหินงอก หินย้อย อยู่ระหว่างทางเดินเต็มไปหมด (เดินระวังหน่อยนะครับ) หากเดินไปให้สุด เพื่อน ๆ จะเจอกับ หินงอก หินย้อย ที่มีลักษณะเหมือนน้ำตก ดูสวยงามแปลกตามากเลยทีเดียวครับ





สำหรับใครที่ชื่นชอบความเงียบสงบ ลึกลับน่าค้นหา แนะนำให้ลองมาเดินถ้ำดู แต่แนะนำว่าควรมากันอย่างน้อย 2 คนนะครับ เพราะเผื่อมีอะไรผิดพลาดจะได้ช่วยเหลือกันได้ การเดินทางในที่มืด อับชื้น ลื่น เพียงลำพังมันค่อนข้างอันตรายไปหน่อย

สำหรับรายละเอียดตัวเต็ม ผมไม่ได้ลงไว้ในบทความนี้นะครับ เนื่องจากบทความนี้เป็นเพียงบทความเรื่องเล่าเคล้าประวัติความเป็นมาของ ถ้ำไทร เท่านั้นหากอยากอ่านตัวเต็ม สามารถอ่านได้จากลิงค์ด้านล่างเลย

https://jbtravel88.blogspot.com/2018/06/sai-cave-samroiyod-prachuap-khiri-khan.html

เรื่องเล่าเคล้าประวัติความเป็นมา หาดสามพระยา จ. ประจวบคิรีขันธ์ (Sam Phraya Beach Prachuap Khiri Khan)

มิถุนายน 12, 2562
สวัสดีครับ วันนี้เราไปทำความรู้จักกับ หาดสามพระยา จ. ประจวบคิรีขันธ์ กันดีกว่า ว่าจะมีที่มาที่ไปอย่างไร ทำไมถึงเรียกว่า หาดสามพระยา เกี่ยวอะไรกับยศพระยาในอดีตหรือเปล่า คำตอบอยู่ที่นี่แล้วหละครับ



หาดสามพระยา เป็นหาดทรายที่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านเท่าไหร่ เรียกได้ว่าสงบ ร่มรื่นเลยหละ (ณ เวลาที่ผมไปอาจจะเป็นเพราะว่าไม่ใช่เทศกาลท่องเที่ยว เลยไม่ค่อยมีคน) บริเวณริมชายหาดมีต้นสนเรียงรายทอดตัวตามแนวหาด อีกทั้งยังมีต้นมะพร้าวด้วยครับ เห็นแล้วลืมความวุ่นวายในชีวิตไปเลย







จากข้อมูลที่ผมได้หามา สาเหตุที่ชายหาดแห่งนี้ ถูกเรียกว่า หาดสามพระยา ก็เนื่องมาจาก มีเจ้าขุนมูลนายในสมัยอดีต ยศพระยา 3 ท่าน ได้มาพำนัก พักผ่อนที่บริเวณหาดแห่งนี้ ซึ่งท่านพระยาทั้ง 3 ท่านนั้น ก็คือ สมเด็จพระนเรศวร, สมเด็จพระเอกาทศรถ และสมเด็จพระเจ้าเสือ โดย 2 ท่านแรกนั้นมาท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ หลังจากที่ได้ทำศึกมาเป็นเวลานาน (ก็แน่หละ ทำศึกหนัก เสียทั้งแรงกาย แรงสมองไปมาก ก็ต้องเติมพลัง ชาร์จแบตฯ นั่งชิวกันบ้าง)



ทางด้านของสมเด็จพระเจ้าเสือนั้น ชอบมานั่งตกปลาครับ ท่านคงชอบกินลมชมวิว นั่งชิวรอปลามาติดเบ็ด ตามเรื่องตามราวของท่าน ถือเป็นการผ่อนคลายทั้งร่างกาย และจิตใจ ยามว่าง แต่สิ่งที่น่าสังเกตคือ ทำไมต้องเป็น หาดแห่งนี้ เพราะมีหาดทรายอื่น ๆ มากมาย การที่เจ้าขุนมูลนายระดับสูง จะชอบในสถานที่เดียวกันถึง 3 พระองค์ นั้นเป็นไปได้ยาก นั่นแสดงว่า หาดสามพระยา แห่งนี้ ต้องมีมนต์ขลังหรือความพิเศษเป็นแน่



เพื่อน ๆ คนไหนที่อยากสัมผัสถึงความพิเศษของ หาดสามพระยา แห่งนี้ สามารถมาได้ตลอดเวลานะครับ หรือแม้กระทั่งใครที่อยากจะมานอนรับลม กางเต็นท์ก็สามารถทำได้เช่นกัน เพราะบริเวณนี้มีจุดกางเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย

เรื่องเล่าเคล้าประวัติความเป็นมา เกาะนมสาว หาดสามร้อยยอด จ.ประจวบคิรีขันธ์ (Ko Nom Sao Sam Roi Yod Prachuap Khiri Khan)

มิถุนายน 11, 2562
หลังจากที่เราได้ทำความรู้จักกับ เกาะโครำ กันไปแล้ว ถึงคราวของ เกาะนมสาว กันบ้าง โดยเกาะนี้มีนิทานเชื่อมโยงด้วย ส่วนจะมีเรื่องราวอย่างไรนั้น ต้องติดตามกันต่อไปครับ รับรองว่าอ่านเพลินแน่นอน



เกาะนมสาว อยู่ใกล้ ๆ กับ เกาะโครำ เหตุที่เกาะนี้ ได้ชื่อว่า เกาะนมสาว เนื่องมาจาก ลักษณะทางกายภาพของเกาะ ที่มีรููปร่างกลมมน คล้ายนมของสาวน้อยนั่นเองครับ ส่วนนิทานและตำนานที่เกี่ยวข้อง เชิญอ่านต่อด้านล่างได้เลย

เริ่มต้นจากครอบครัวชาวประมงในหมู่บ้านอ่าวน้อย ครอบครัวหนึ่ง ซึ่งมี ตาม่องล่าย เป็นหัวหน้าครอบครัว และนางรำพึง เป็นภรรยา มีลูกสาว 1 คน ชื่อ ยมโดย ลูกสาวบ้านนี้หน้าตาดี เข้าขั้นสวยจนชาวบ้านล่ำลือเลยทีเดียว และข่าวเรื่องความงดงามของ ยมโดย ก็ไปเข้าหูของ เจ้าลาย หนุ่มรูปงาม ลูกชายของเจ้าเมืองเพชรบุรี

เมื่อ เจ้าลาย ได้ยินข่าวเรื่องความงดงามของ ยมโดย ด้วยสันชาติญาณความเป็นบุรุษเพศ จึงอยากชมความงามของแม่นาง ยมโดย ดูสักครั้ง จึงปลอมตัวเป็นคนขายปลา แฝงตัวมาเพื่อทำความรู้จักกับ ยมโดย (คำว่าอยากได้ลูกสาวต้องเข้าทางแม่ยาย ยังคงใช้ได้) ด้วยความที่ เจ้าลาย เป็นคนสุภาพจึงได้ใจ นางรำพึง ผู้เป็นแม่ของ ยมโดย อย่างง่ายดาย และนางรำพึงก็เอ็นดูให้ทั้งคู่ได้ลองคบหากัน



แต่ความรักทุกคู่ต้องผ่านอุปสรรคเพื่อเป็นบททดสอบความจริงใจ ไม่นานนักก็มีเรือสำเภาจีนลำหนึ่งแล่นมาจอดที่หน้าบ้านของ ตาม่องล่าย เรือสำเภาจีนลำนี้เจ้าของคือ เจ้ากรุงจีน เป็นพ่อค้าที่เดินทางค้าขายไปทั่ว และแน่นอนว่าเค้าก็ได้ยิน กิตติศัพท์เรื่องความงามของ ยมโดย เช่นกัน แต่ เจ้ากรุงจีน คนนี้เข้าทางสายพ่อครับ และ ตาม่องล่าย ก็ถูกอกถูกใจ เจ้ากรุงจีน นี้เสียด้วยสิ

ความรักระหว่าง เจ้าลาย และ ยมโดย ดำเนินไปจนถึงขั้น การสู่ขอแต่งงาน โดยเจ้าลายได้นำขันหมากมาสู่ขอ ยมโดย ผ่านทาง นางรำพึง ซึ่งนางรำพึงก็รับไว้โดยมิให้ ตาม่องล่าย รู้เรื่องใด ๆ เลย

อีกทางหนึ่ง เจ้ากรุงจีน ก็นำขันหมากมาสู่ขอ ยมโดย ผ่านทาง ตาม่องล่าย โดยที่ ตาม่องล่าย ก็ปิดเรื่องนี้ไว้ไม่ให้ นางรำพึง รู้เช่นเดียวกัน

และแล้ววันสู่ขอก็มาถึง ขบวนขันหมากทั้งฝั่งของ เจ้าลาย และ เจ้ากรุงจีน ดันแห่มาชนกัน วันเดียวกัน เวลาเดียวกัน ทำให้ ตาม่องล่าย และ นางรำพึง โกรธเคืองกันเป็นอย่างมาก ว่าทำไมไม่บอกกล่าวกันก่อน รับขันหมากไม่ปรึกษากัน รู้สึกอับอายชาวบ้าน เกิดการทะเลาะกันอย่างรุนแรง ในที่สุดด้วยความโกรธแค้น ตาม่องล่าย จึงฉีกร่างของลูกสาวแสนสวยออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งขว้างไปกลายเป็น เกาะนมสาว อยู่ประจวบคิรีขันธ์ อีกส่วนหนึ่งขว้างไป กลายเป็น เกาะนมสาว อยู่ที่จันทบุรี

เจ้าลายรู้สึกโศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก เดินทางกลับบ้านพร้อมคราบน้ำตาจนตรอมใจตาย กลายเป็น เขาเจ้าลาย ใน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ส่วน ตาม่องล่าย ผู้เป็นพ่อ ก็เสียใจไม่แพ้กัน เดินไปดื่มเหล้าบนเชิงเขาจนตาย กลายเป็น เขาม่องล่าย บริเวณอ่าวน้อย จ. ประจวบคิรีขันธ์ ทางด้าน นางรำพึง ก็รู้สึกโศกเศร้าเสียใจเช่นกัน นอนซมตรมตรอมใจ รำพึงรำพันถึงเวรกรรมของตน กลายเป็น เขาแม่รำพึง อ. บางสะพาน

นอกจากนี้บน เกาะนมสาว ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่าง ศาลเจ้าแม่นมสาว ที่ชาวเรือแถวนั้นให้ความเคารพนับถืออย่างมากอีกด้วย โดย ศาลเจ้าแม่นมสาว นี้จะโดดเด่นด้านการบนบานครับ ใครที่อยากได้โชคลาภ, ความสำเร็จด้านหน้าที่การงาน, สุขภาพ, ความปลอดภัย ฯลฯ สามารถไปบูชา ศาลเจ้าแม่นมสาว ได้นะครับ วิธีแก้บนที่คนส่วนใหญ่นิยมทำกันก็คือ การซื้อ ยกทรง ไปถวายครับ (แต่ไม่รู้ว่าเจ้าแม่ใส่คัพอะไรนี่สิ เป็นปัญหาพอสมควร)

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับตำนาน นิทาน เรื่องเล่าเคล้าประวัติความเป็นมาของ เกาะนมสาว อันที่จริงมีเยอะกว่านี้ครับ แต่ตัดตอนมาบางส่วน เอาเฉพาะที่เกี่ยวกับ เกาะนมสาว และตัวละครหลัก ๆ ยังมีสิ่งของเครื่องใช้ในขันหมากอีกหลายอย่างที่ ตาม่องล่าย และ นางรำพึง ขว้างปาใส่กัน และนำมาตั้งเป็นชื่อเกาะอีกหลายแห่ง ซึ่งดูจะเป็นเนื้อหาประกอบซะมากกว่า ผมเลยไม่ได้นำมาเล่าให้ฟังในบทความนี้ ใครอยากอ่านก็สามารถค้นหาในอินเตอร์เน็ตได้นะครับ


เรื่องเล่าเคล้าประวัติความเป็นมา เกาะโครำ หาดสามร้อยยอด จ.ประจวบคิรีขันธ์ (Ko Kho Ram Sam Roi Yod Prachuap Khiri Khan)

มิถุนายน 11, 2562
เชื่อว่าหลายท่านที่ไปเที่ยว หาดสามร้อยยอด จ. ประจวบคิรีขันธ์ คงจะสังเกตเห็นเกาะใหญ่ ๆ 2 เกาะ อยู่ในทะเล ซึ่งวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเกาะโครำกัน ว่ามันมีที่มาที่ไปอย่างไร ทำไมมันถึงชื่อว่า เกาะโครำ ไปดูกันได้เลยครับ



เกาะขนาดใหญ่ทางซ้ายมือที่เพื่อน ๆ เห็นทางด้านบน มีชื่อว่า เกาะโครำ ครับ โดยชื่อโครำอาจทำให้เพื่อน ๆ หลายคนงงว่ามันแปลว่าอะไร หรือเป็นตัวอะไรกันแน่ ที่จริงแล้วโครำ คือ เลียงผา หรือ เยียงผา นั่นเองครับ ไม่ได้เป็นสัตว์ประหลาด ชื่อแปลกแต่อย่างใด เพียงแต่เราไม่ค่อยได้ยินคนเค้าเรียกกันเท่านั้นเอง

สาเหตุที่เกาะแห่งนี้มีชื่อว่าเกาะโครำ ก็เนื่องมาจากเกาะนี้มีตัวโครำหรือเลียงผา อาศัยอยู่เป็นจำนวนมากนั่นเอง แต่เป็นที่น่าเสียดายมาก ๆ ครับ เพราะปัจจุบัน โครำ หรือ เลียงผา บนเกาะนี้ไม่มีแล้ว คงเหลือไว้แต่ลิงแสมเท่านั้น ใช่แล้วครับโครำมันกลายร่างหลังจากได้รับแสงอาทิตย์และแสงจันทร์เป็นเวลาหลายพันปี มันก็เลยกลายเป็นลิง แฮร่ ผมล้อเล่นนะครับ อีกชื่อหนึ่งของเกาะโครำที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเรียกกันก็คือ Monkey Island ครับ



หลายท่านอาจจะสงสัยว่า ลิงที่อยู่บนเกาะมันมาจากไหน ? ผมเองก็สงสัยเหมือนกัน จึงได้ไปเสาะหาข้อมูลเกี่ยวกับลิงบนเกาะนี้ และได้ทราบมาว่า ลิงแสมเหล่านี้เดิมมันอยู่บนฝั่ง แล้วมันว่ายน้ำไปยังเกาะโครำ (คิดว่าคงเป็นช่วงน้ำลงนะครับ เพราะเกาะโครำห่างจากฝั่งพอสมควร) หลังจากนั้นก็เริ่มแพร่พันธุ์ มีลูก ออกหลานกันตามธรรมชาติ จาก 1 เป็น 2 จาก 2 เป็น 3 มากขึ้นเรื่อย ๆ จนเท่าทุกวันนี้

พฤติกรรมในการอยู่รอดของลิงบนเกาะโครำที่หาดูยาก คือ การเอาหินทุบเปลือกหอยนางรมที่ติดตามโขดหินกินเนื้อหอยนางรม เมื่อเวลาน้ำทะเลลดลง นับเป็นภาพที่หาดูได้ยากมาก (เพิ่งจะเคยเห็น ลิงกินหอย ก็คราวนี้แหละ)

เพื่อน ๆ คนไหนที่มีโอกาสได้ไปเที่ยว หาดสามร้อยยอด จ. ประจวบคิรีขันธ์ ก็อย่าลืมไปชมความน่ารักของลิงแสมบน เกาะโครำ และอย่าลืมถ่ายภาพมาอวดกันบ้างนะครับ

เรื่องเล่าเคล้าประวัติความเป็นมา เขากะโหลก อ. ปราณบุรี จ. ประจวบคิรีขันธ์ (Khao Kalok Beach Thailand Travel)

มิถุนายน 10, 2562
เขากะโหลก หรือ วนอุทยานท้าวโกษา หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเขต อ. ปราณบุรี จ. ประจวบคิรีขันธ์ ที่ใครเห็นเป็นต้องสงสัยว่าทำไมมันถึงเรียกว่า เขากะโหลก แล้ววันนี้ผมจะมาเฉลยข้อสงสัยนี้ให้เพื่อน ๆ ได้รู้กัน





สาเหตุที่เขาแห่งนี้ถูกเรียกว่า เขากะโหลก ก็เนื่องมาจาก รูปร่างหน้าตาของมันนั่นเอง แต่หากเรามองจากทางฝั่งหาดทรายเราจะมองไม่ออกว่ามันเหมือนกะโหลกตรงไหน ต้องนั่งเรือหรือออกทะเลไประยะหนึ่ง ที่พอจะเห็นภาพมุมกว้างของเขาลูกนี้ โดยส่วนของลูกตาของกะโหลกก็คือ ส่วนที่เป็นรูทะลุขนาดใหญ่บนเขานั่นเอง



คำว่ากะโหลก ในที่นี้ มิได้หมายถึง กะโหลก ของมนุษย์นะครับ รูปร่างจะออกไปทางกะโหลกของสัตว์เสียมากกว่า แต่ ณ ปัจจุบันนี้ก็ยังไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่าเป็นสัตว์ชนิดไหนเช่นกัน (คนเราก็ช่างจินตนาการเหมือนกันเนอะ) ภายในเขากะโหลกมีถ้ำขนาดเล็ก ๆ กระจายตัวอยู่ทั่วไป (ประมาณ 30 ถ้ำ) ใครที่ชอบการเดินถ้ำ เขากะโหลก เป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดนะครับ



ถึงแม้จะเป็นเขาที่มีขนาดกลาง ๆ มีความสูงของยอดเขาเพียง 25 เมตร ก็ตาม แต่เขาลูกนี้มีความชันในระดับที่สูงมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการปีนหน้าผา ปีนเขา ชอบความท้าทายเป็นอย่างมาก แต่ต้องระวังตัวด้วย เนื่องจากเขาลูกนี้เป็นเขาหินที่ค่อนข้างมีความคมอยู่มาก หากพลาดอาจทำให้บาดเจ็บได้



นอกจากจะสามารถเดินถ้ำภายใน เขากะโหลก ได้แล้ว เรายังสามารถลงเล่นน้ำบริเวณชายหาดได้อีกด้วย ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คุ้มค่ามาก มาเพียงที่เดียว สามารถปีนเขา เข้าถ้ำ และดำน้ำ ได้ในคราวเดียว

สำหรับเพื่อน ๆ ท่านไหนที่ได้ผ่านไปแถว อ. ปราณบุรี จ. ประจวบคิรีขันธ์ ลองไปถ่ายภาพคู่กับ เขากะโหลก เล่นน้ำทะเล มุดถ้ำ แถว ๆ นั้นดู แล้วจะรู้ว่าเมืองไทยก็ไม่แพ้ชาติใดในโลกเหมือนกัน

เรื่องเล่าเคล้าประวัติความเป็นมา เขาสามร้อยยอด อ. สามร้อยยอด จ. ประจวบคิรีขันธ์ (Khao Sam Roi Yod National Park Thailand)

มิถุนายน 08, 2562
ใครเคยไป อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด อ. สามร้อยยอด จ. ประจวบคิรีขันธ์บ้าง ยกมือขึ้น เชื่อว่ามีหลายท่านที่รู้จักเป็นอย่างดี และมีอีกหลายท่านที่ยังไม่รู้จัก ไม่เป็นไรครับ วันนี้ผมจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้กัน ไปดูกันว่าจะมีเรื่องเล่าประวัติความเป็นมาอย่างไร



เขาสามร้อยยอด มีตำนานเรื่องเล่าประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจมาก ๆ ครับ โดยในอดีตพื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นทะเลมาก่อน แน่นอนว่าในทะเลก็ย่อมต้องมีเกาะน้อย ใหญ่ กระจายตัวกันไปตามธรรมชาติของมัน ในวันหนึ่งเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็ได้เกิดขึ้น สภาพดินฟ้าอากาศแปรปรวน คลื่นลมแรง มีเรือสำเภาลำหนึ่งแล่นมาแถวนั้น ต้านทานความรุนแรงของสภาพอากาศไม่ไหว จึงคิดที่จะจอดเรือในบริเวณนี้ โดยแล่นมาทางร่องน้ำด้านทิศตะวันตกของเกาะ แต่เนื่องจากคลื่นลมแรงมาก ประกอบกับไม่คุ้นเคยเส้นทาง การบังคับทิศทางของเรือจึงทำได้ลำบาก



เรือสำเภาปะทะเข้ากับหินโสโครกเข้าอย่างจัง เรือแตกยับเยิน ผู้คนภายในเรือต่างว่ายน้ำหนีตายกันจ้าละหวั่นขึ้นมาบนเกาะนับรวมแล้วเหลือรอดมาได้ 300 คน จึงเป็นที่มาของคำว่า “เกาะสามร้อยรอด” (คือรอดตาย 300 คน นั่นเอง) เมื่อเวลาล่วงเลยไป น้ำทะเลลดลง จากเกาะแก่งต่าง ๆ กลายเป็นภูเขา หลังจากนั้นชาวบ้านก็เรียกติดปากกันมา จนเพี้ยนเป็น “เขาสามร้อยยอด”

อีกสายหนึ่งเล่าว่า บริเวณนี้เป็นพื้นที่ที่มี “ต้นสามร้อยยอด” ขึ้นอย่างหนาแน่น จึงเรียกบริเวณนี้ว่า “สามร้อยยอด”

อีกสายหนึ่งเล่าว่า เนื่องจากบริเวณนี้มีภูเขาสูงชันมากมาย กระจายตัวกันหลายยอด จึงเรียกว่า “เขาสามร้อยยอด”



เรื่องเล่าประวัติความเป็นมาของ เขาสามร้อยยอด ที่ผมรวม ๆ ไว้ก็จะมีประมาณนี้ครับ แม้จะไม่มีเอกสารยืนยันประวัติความเป็นมาเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจนก็ตาม แต่ก็พอจะอนุมานได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะครับ

แหล่งข้อมูล: http://park.dnp.go.th/visitor/nationparkshow.php?PTA_CODE=1004