แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่องเล่าเคล้าประวัติ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่องเล่าเคล้าประวัติ แสดงบทความทั้งหมด

เรื่องเล่าเคล้าประวัติความเป็นมา ถ้ำแก้ว จ. ประจวบคิรีขันธ์ (Kaeo Cave Prachuap Khiri Khan)

มิถุนายน 13, 2562
สายนักสำรวจต้องมาโดนดูสักครั้ง เพราะ ถ้ำแก้ว จ. ประจวบคิรีขันธ์ แห่งนี้มีมนต์ขลังยิ่งนัก ภายในถ้ำที่มืดมิด ไร้ซึ่งแสงสว่างจากภายนอกลอดเข้าไป ทำให้ ถ้ำแก้ว เป็นถ้ำที่ลึกลับ น่าค้นหา อย่างยิ่ง แต่ชื่อนี้ได้แต่ใดมา เรามาดูกันครับ



ถ้ำแก้ว จ. ประจวบคิรีขันธ์ เป็นถ้ำเล็ก ๆ ไม่ใหญ่มากนัก แต่ภายในถ้ำทางค่อนข้างคดเคี้ยว มีเหวลึก มีหินงอก หินย้อย และค้างคาว บรรยากาศภายในถ้ำอับและชื้นมาก หากเหนื่อย ๆ เดินเข้าไป จะสัมผัสได้ว่าอากาศไม่เพียงพอ รู้สึกอึดอัดพอสมควร จุดเด่นของถ้ำแก้วคือ หินงอก หินย้อยที่มีแร่แคลไซต์ เป็นส่วนประกอบ หินเหล่านี้มีความโปร่งแสง (แสงสามารถส่องผ่านได้บางส่วน) จึงเป็นที่มาของชื่อ ถ้ำแก้ว ที่ใสเหมือนแก้วนั่นเอง







นอกจากหินบางก้อนจะมีความโปร่งแสงแล้ว บางส่วนยังสามารถสะท้อนแสงระยิบระยับเมื่อเราฉายไฟฉายกระทบพื้นผิวหินอีกด้วย นับเป็นถ้ำที่สวยงามมากครับ สำหรับเพื่อน ๆ ท่านไหนที่ได้ไปสัมผัสกับความงดงามของถ้ำแห่งนี้ แนะนำว่าให้พกไฟฉายไปด้วย และควรไปกันอย่างน้อย 2 คน เผื่อเวลามีอะไรฉุกเฉินจะได้ช่วยกันได้ สำหรับรายละเอียด ถ้ำแก้ว ตัวเต็ม สามารถอ่านได้ทางลิงค์ด้านล่างนะครับ

https://jbtravel88.blogspot.com/2018/07/kaew-cave-prachuap-khiri-khan-thailand.html


เรื่องเล่าเคล้าประวัติความเป็นมา ถ้ำพระยานคร จ. ประจวบคิรีขันธ์ (Phrayanakorn Cave Prachuap Khiri Khan)

มิถุนายน 12, 2562
หลังจากที่เราผ่าน หาดบางปู ขึ้นเขาเทียน ผ่านหาดแหลมศาลา ตอนนี้ถึงคราวของ ถ้ำพระยานคร แหล่งท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ของ อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด กันแล้วหละครับ รายละเอียดที่มาของ ถ้ำแห่งนี้จะเป็นอย่างไร ติดตามอ่านกันต่อไปได้เลยครับ



ย้อนกลับไปเมื่อสมัยอดีต เจ้าพระยานคร เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช (ไม่ทราบหลักฐานแน่ชัดว่าเป็นเจ้าเมืองคนไหน) ได้แล่นเรือมาบริเวณชายหาดแถบนี้ (ไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นหาดบางปู หรือหาดแหลมศาลา) ระหว่างที่แล่นเรืออยู่นั้นมีพายุโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง ทำให้ไม่สามารถแล่นเรือต่อไปได้ เจ้าพระยานคร จึงนำเรือเข้าเทียบชายฝั่งของหาด เพื่อหลบพักรอให้พายุสงบลงเสียก่อน

หลังจากที่พักเรืออยู่เป็นเวลานานหลายวัน เจ้าพระยานคร เริ่มมีความกระหายน้ำจึงได้สร้างบ่อน้ำขึ้น 1 บ่อ (เป็นบ่อน้ำที่สร้างด้วยอิฐดินเผารูปสี่เหลี่ยมคางหมู ขนาดกว้าง 1 เมตร ลึก 4 เมตร) ซึ่งเรารู้จักกันในชื่อของ บ่อพระยานคร นั่นเองครับ จาก บ่อพระยานคร นี้เอง เราพอจะอนุมานได้ว่า ชื่อ ถ้ำพระยานคร ก็น่าจะมีที่มาจาก เจ้าพระยานคร คนนี้

ภายหลัง ร.5 ได้เสด็จประพาสถ้ำแห่งนี้ และติดอกติดใจในความสวยงามของถ้ำ จึงสั่งให้ช่างสร้างพลับพลาสำหรับนั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจขึ้น ตรงบริเวณเนินดินกลางถ้ำ และได้ตั้งชื่อให้พลับพลาหลังนี้ว่า พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ นอกจากนี้พระองค์ยังทรงลงพระปรมาภิไธย จ.ป.ร. ไว้ที่ผนังถ้ำด้วย

* หมายเหตุ พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ เป็นตราประจำจังหวัดประจวบคิรีขันธ์







ถัดมาในยุคของ ร.7 พระองค์ก็ทรงเสด็จประพาสที่ถ้ำแห่งนี้เช่นเดียวกัน และได้ลงพระปรมาภิไธย ป.ป.ร. ไว้ที่ผนังถ้ำด้วย

ถัดมาในยุคของ ร.9 ในหลวงของเรา ทรงเสด็จประพาสที่ถ้ำแห่งนี้ถึง 2 ครั้ง ด้วยกัน

นับว่าเป็นสถานที่ที่นอกจากจะมีความสวยงามแล้ว ยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกด้วย หากไม่สวยงามจริงกษัตริย์แห่งราชวงค์จักรีของเราคงไม่ไปเยี่ยมเยียนถึง 3 ประองค์

เพื่อน ๆ คนไหนที่อยากไปสัมผัสกับความสวยงามผสานกับความลึกลับของ ถ้ำพระยานคร ลองไปได้นะครับ แต่ชาวบ้านแถวนั้นแนะนำว่าให้ไปช่วงหน้าหนาว เพราะจะเห็นแสงอาทิตย์ลอดช่องถ้ำส่องลงมาที่ พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ เป็นหนึ่งใน Unseen Thailand ด้วย รายละเอียดตัวเต็มสามารถดูได้จากลิงค์ด้านล่างครับ

https://jbtravel88.blogspot.com/2018/07/phraya-nakhon-cave-samroiyod-prachuap.html

เรื่องเล่าเคล้าประวัติความเป็นมา หาดบางปู จ. ประจวบคิรีขันธ์ (Bang Pu Beach Prachuap Khiri Khan)

มิถุนายน 12, 2562
หาดบางปู เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการไป ถ้ำพระยานคร ทุกคนที่ต้องการไปถ้ำ จะต้องมาที่ หาดบางปูก่อน (เพราะทางขึ้นถ้ำมันอยู่ที่นี่ครับ) เราจะมาดูประวัติความเป็นมาของ หาดบางปู กันบ้าง ว่ามันเกี่ยวอะไรกับปูหรือเปล่า ไปครับ



หาดบางปู เป็นหาดทรายที่มีหมู่บ้านชาวประมงและร้านค้าอยู่บริเวณชายหาด (เรื่องอาหารการกินไม่ต้องห่วงครับ มีครบ พร้อมห้องน้ำก็สะดวกสบายสุด ๆ) นอกจากนั้นยังมีคลองที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งคลองนี้เป็นคลองที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางระบบนิเวศเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าเมื่อมีอาหาร ก็ต้องมีสัตว์น้อยใหญ่มาอาศัยกันอย่างเนืองแน่น รวมทั้งปูทะเลต่าง ๆ ด้วย เช่น ปูฤาษี, ปูแสม, ปูก้ามแข็ง, ปูหิน ฯลฯ และนี่เองจึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้หาดทรายแห่งนี้ ได้ชื่อว่า หาดบางปู





นอกจากจะมีปูทะเลมากมายหลากหลายชนิดแล้ว จุดสังเกตที่เด่นชัดมากของ หาดบางปู คือ อนุสรณ์รูปก้ามปูอันใหญ่ ที่เห็นมาแต่ไกลเลย ใครขับรถผ่านวัดมาต้องเห็นแน่นอน





สำหรับบทความนี้ก็ไม่มีอะไรมาก เพียงแค่อยากบอกเล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมา หาดบางปู นิดหน่อย ใครที่อยากอ่านตัวเต็มพร้อมคลิปวีดีโอพาชมสถานที่แบบ Reality ก็สามารถดูได้ที่ลิงค์ทางด้านล่างเลยครับ

https://jbtravel88.blogspot.com/2018/07/bang-pu-and-laem-sala-beach-samroiyod.html

เรื่องเล่าเคล้าประวัติความเป็นมา ถ้ำไทร จ. ประจวบคิรีขันธ์ (Sai Cave Prachuap Khiri Khan)

มิถุนายน 12, 2562
กลับมาพบกันอีกเช่นเคยกับช่วงเรื่องเล่าเคล้าประวัติความเป็นมา วันนี้ผมจะพาเพื่อน ๆ ไปมุดถ้ำกัน ถ้ำที่ว่านี้มีชื่อว่า ถ้ำไทร ครับ เป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ของอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด มันมีที่มาที่ไปอย่างไร ทำไมถึงได้ชื่อว่า ถ้ำไทร ไปดูกัน



ถ้ำไทร เป็นถ้ำที่ไม่ลึกมาก แต่ต้องปีนเขาขึ้นไป พอได้เหงื่อสัก 3 – 4 รอบ เมื่อเดินไปถึงปากทางเข้าถ้ำจะสังเกตเห็นต้นไทรขนาดใหญ่อยู่หน้าถ้ำ และนี่เองจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ถ้ำแห่งนี้ มีชื่อว่า ถ้ำไทร ภายในถ้ำถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรกเป็นส่วนสว่าง มีแสงสว่างส่องเข้าไปถึง (เนื่องจากมีช่องให้แสงลอดผ่านได้)



ส่วนที่สองเป็นส่วนมืด ไม่มีแสงสว่างส่องเข้าไปถึง และต้องเดินลงบันไดไปอีกชั้นหนึ่ง (เตรียมไฟฉายไปด้วยนะครับ)





สำหรับส่วนมืดนี้ จะมีทั้งหินงอก หินย้อย อยู่ระหว่างทางเดินเต็มไปหมด (เดินระวังหน่อยนะครับ) หากเดินไปให้สุด เพื่อน ๆ จะเจอกับ หินงอก หินย้อย ที่มีลักษณะเหมือนน้ำตก ดูสวยงามแปลกตามากเลยทีเดียวครับ





สำหรับใครที่ชื่นชอบความเงียบสงบ ลึกลับน่าค้นหา แนะนำให้ลองมาเดินถ้ำดู แต่แนะนำว่าควรมากันอย่างน้อย 2 คนนะครับ เพราะเผื่อมีอะไรผิดพลาดจะได้ช่วยเหลือกันได้ การเดินทางในที่มืด อับชื้น ลื่น เพียงลำพังมันค่อนข้างอันตรายไปหน่อย

สำหรับรายละเอียดตัวเต็ม ผมไม่ได้ลงไว้ในบทความนี้นะครับ เนื่องจากบทความนี้เป็นเพียงบทความเรื่องเล่าเคล้าประวัติความเป็นมาของ ถ้ำไทร เท่านั้นหากอยากอ่านตัวเต็ม สามารถอ่านได้จากลิงค์ด้านล่างเลย

https://jbtravel88.blogspot.com/2018/06/sai-cave-samroiyod-prachuap-khiri-khan.html

เรื่องเล่าเคล้าประวัติความเป็นมา หาดสามพระยา จ. ประจวบคิรีขันธ์ (Sam Phraya Beach Prachuap Khiri Khan)

มิถุนายน 12, 2562
สวัสดีครับ วันนี้เราไปทำความรู้จักกับ หาดสามพระยา จ. ประจวบคิรีขันธ์ กันดีกว่า ว่าจะมีที่มาที่ไปอย่างไร ทำไมถึงเรียกว่า หาดสามพระยา เกี่ยวอะไรกับยศพระยาในอดีตหรือเปล่า คำตอบอยู่ที่นี่แล้วหละครับ



หาดสามพระยา เป็นหาดทรายที่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านเท่าไหร่ เรียกได้ว่าสงบ ร่มรื่นเลยหละ (ณ เวลาที่ผมไปอาจจะเป็นเพราะว่าไม่ใช่เทศกาลท่องเที่ยว เลยไม่ค่อยมีคน) บริเวณริมชายหาดมีต้นสนเรียงรายทอดตัวตามแนวหาด อีกทั้งยังมีต้นมะพร้าวด้วยครับ เห็นแล้วลืมความวุ่นวายในชีวิตไปเลย







จากข้อมูลที่ผมได้หามา สาเหตุที่ชายหาดแห่งนี้ ถูกเรียกว่า หาดสามพระยา ก็เนื่องมาจาก มีเจ้าขุนมูลนายในสมัยอดีต ยศพระยา 3 ท่าน ได้มาพำนัก พักผ่อนที่บริเวณหาดแห่งนี้ ซึ่งท่านพระยาทั้ง 3 ท่านนั้น ก็คือ สมเด็จพระนเรศวร, สมเด็จพระเอกาทศรถ และสมเด็จพระเจ้าเสือ โดย 2 ท่านแรกนั้นมาท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ หลังจากที่ได้ทำศึกมาเป็นเวลานาน (ก็แน่หละ ทำศึกหนัก เสียทั้งแรงกาย แรงสมองไปมาก ก็ต้องเติมพลัง ชาร์จแบตฯ นั่งชิวกันบ้าง)



ทางด้านของสมเด็จพระเจ้าเสือนั้น ชอบมานั่งตกปลาครับ ท่านคงชอบกินลมชมวิว นั่งชิวรอปลามาติดเบ็ด ตามเรื่องตามราวของท่าน ถือเป็นการผ่อนคลายทั้งร่างกาย และจิตใจ ยามว่าง แต่สิ่งที่น่าสังเกตคือ ทำไมต้องเป็น หาดแห่งนี้ เพราะมีหาดทรายอื่น ๆ มากมาย การที่เจ้าขุนมูลนายระดับสูง จะชอบในสถานที่เดียวกันถึง 3 พระองค์ นั้นเป็นไปได้ยาก นั่นแสดงว่า หาดสามพระยา แห่งนี้ ต้องมีมนต์ขลังหรือความพิเศษเป็นแน่



เพื่อน ๆ คนไหนที่อยากสัมผัสถึงความพิเศษของ หาดสามพระยา แห่งนี้ สามารถมาได้ตลอดเวลานะครับ หรือแม้กระทั่งใครที่อยากจะมานอนรับลม กางเต็นท์ก็สามารถทำได้เช่นกัน เพราะบริเวณนี้มีจุดกางเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย